หมอนรองกระดูก กายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยหมอนรองกระดูก

อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนถ้าหากว่าขาดการดูแลรักษาร่างกายอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะคนที่จำเป็นต้องนั่งทำงานออฟฟิศนานๆ, ขับรถท่าเดียวนานๆ, แม้แต่การเล่นกีฬาที่รุนแรงหรือการได้รับอุบัติเหตุก็มีส่วนสำคัญต่อการทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทขึ้นกับตนเองได้ทั้งสิ้น แต่ปกติแล้วความรุนแรงของอาการแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าเป็นมานานแค่ไหน หากคนที่ยังไม่ได้มีอาการรุนแรงมากหรือรักษามาในระดับหนึ่งแล้วก็จะมีการให้ทำกายภาพบำบัด ซึ่งการทำกายภาพบำบัดอาจไม่ได้ช่วยให้การเป็นหมอนรองกระดูกหายในชั่วพริบตาแต่สามารถทำให้ร่างกายแข็งแรงและหายในระยะยาวได้

การกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยหมอนรองกระดูก

อย่างที่กล่าวไปในเบื้องต้นว่าการรักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัดจะเหมาะสำหรับคนที่ยังมีอาการไม่รุนแรงมากหรือว่าคนที่เคยรักษามาในระดับหนึ่งจนแพทย์ได้มีการฝึกท่ากายภาพบำบัดเพื่อให้มารักษาด้วยตนเอง โดยขั้นตอนในการทำก็จะมีดังนี้

  1. วิธีการลดอาการปวดเบื้องต้นให้นอนคว่ำแล้วนำผ้าที่ร้อนประคบหลังไว้ประมาณ 20-30 นาที แต่ถ้าหากคนที่หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาจนไม่สามารถนอนคว่ำได้ให้เอาหมอนมาวางแค่ตรงบริเวณหน้าท้องเป็นการระงับปวดแต่ต้องวางแค่หน้าท้องเท่านั้นอย่าเกินไปถึงหน้าอกเพราะจะทำให้ปวดมากขึ้น
  2. เมื่อนอนคว่ำแล้วไม่มีอาการปวดให้ขยับแขนแล้วดันตัวขึ้นแต่เอวยังติดเตียงอยู่ แอ่นหลังให้เยอะที่สุดเท่าที่ไม่รู้สึกปวด หากแอ่นแล้วปวดตรงไหนให้หยุดแล้วนอนคว่ำเหมือนเดิม ทำ 10 ครั้ง เป็นการดันน้ำในหมอนรองกระดูกให้กลับเข้าที่
  3. เมื่อทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ท่าต่อไปก็ยังให้นอนคว่ำแนบแขนไว้ข้างลำตัว ทำการแอ่นหลังจนอกพ้นจากพื้นแล้วเอาลง ทำ 10 ครั้ง เมื่อรู้สึกว่าแข็งแรงกว่าเดิมก็ให้เพิ่มความยากด้วยการเอาแขนไขว้ไว้ที่หลัง ยกตัวค้างไว้ 10 วินาที ทำ 10 ครั้ง
  4. อีกวิธีที่น่าสนใจคือการเดินในน้ำ ให้ไปเดินในน้ำที่ความสูงระดับอก ขณะที่เดินไล่ตรงขอบสระให้เตะขาไปด้วย แต่หากมีอาการปวดก็ให้หยุดนิ่งแล้วค่อยๆ ย่อตัวลงคล้ายกับการนั่งเก้าอี้ลมก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง

ท่าเหล่านี้จัดว่าเป็นท่ากายภาพบำบัดเบื้องต้นสำหรับคนที่มีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แต่ทางที่ดีที่สุดคือต้องรีบไปพบแพทย์พร้อมทั้งฟังคำแนะนำในการรักษาของแพทย์อย่างใกล้ชิด แล้วดูอาการว่าเราอยู่ในขั้นไหนสามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้างเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดแรงขึ้นกว่าเดิม