หมอนรองกระดูก อันตรายจากโรคหมอนรองกระดูก

อาการป่วยจากโรคหมอนรองกระดูกเป็นโรคที่พบบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือด้วยความรู้ที่คนไทยมียังอาจน้อยเกินไปเกี่ยวกับโรคนี้ทำให้คนไทยเองอาจไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าที่ควรไม่เหมือนกับโรคมะเร็ง, เบาหวาน, ความดันโลหิต, โรคหัวใจ หรือแม้แต่โรคเอดส์ ที่คนไทยจะรู้สึกคุ้นเคยและมีการป้องกันมากกว่าโรคเกี่ยวกับหมอนรองกระดูก ทว่าความอันตรายของหมอนรองกระดูกเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าที่คิดหากไม่มีการป้องกันที่ดีอาจส่งผลไปตลอดชีวิตก็เป็นได้

รู้จักกับหมอนรองกระดูก

ต้องทำความเข้าใจกับกระดูกสันหลังกันเสียก่อนโดยเป็นแนวกระดูกบริเวณกึ่งกลางตรงด้านหลังของลำตัว ลักษณะของกระดูกจะเป็นข้อๆ ไล่มาตั้งแต่ลำคอจนถึงบริเวณด้านหลังตรงทวารหนัก ซึ่งในระหว่างข้อกระดูกทั้งหมดก็จะมีหมอนรองกระดูกสันหลังอยู่ในแต่ละข้อ หน้าที่ของหมอนรองกระดูกก็คือคอยรับแรงต่างๆ เมื่อร่างกายมีการเคลื่อนไหวรวมถึงยังทำหน้าที่ปกป้องไขสันหลังด้วย

โรคหมอนรองกระดูกที่พบบ่อยๆ

ส่วนมากแล้วโรคที่เกี่ยวข้องกับหมอนรองกระดูกที่พบบ่อยมากในปัจจุบันนี้ก็คือ ภาวะเหมือนรองกระดูกเสื่อม โดยทั่วไปเรามักจะรู้กันดีว่าสาเหตุของการทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมมาจากอายที่มากขึ้น มีการใช้งานร่างกายอย่างหนักมาเป็นเวลานาน ทว่าที่อันตรายกว่านั้นก็คือภาวะโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมสามารถพบได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไปด้วยซ้ำ สิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นจากภาวะของหมอนรองกระดูกที่แห้งลง เสียความยืดหยุ่นไป สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เราพบอาการดังกล่าวได้บ่อยๆ ก็คือ การนั่งทำงานเป็นเวลานาน, การขับรถเป็นเวลานาน, การทำงานที่เกี่ยวข้องกับการยกของบ่อยๆ รวมถึงการสูบบุหรี่ จากการวิจัยพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณหมอนรองกระดูกน้อยลง ส่งผลให้หมอนรองกระดูกเสื่อมได้เร็วขึ้น

อาการที่เกิดขึ้นหากเป็นโรคเกี่ยวกับหมอนรองกระดูก

สังเกตได้ง่ายก็คือเวลาที่ก้มยกของหนักหรือเล่นกีฬาที่ต้องมีการบิดตัวอย่างรุนแรงหมอนรองกระดูกก็มีโอกาสเคลื่อนไปกดทับบริเวณเส้นประสาทได้ ที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อของ ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการที่เกิดคือปวดหลังร้าวลงไปถึงบริเวณขาอาจมีอาการขาชาร่วมด้วย บางคนหากปวดมากถึงขั้นต้องหยุดเดินก่อนชั่วขณะ ความอันตรายก็คือหากปล่อยไว้นานๆ โดยไม่มีการรักษาจะยิ่งสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้ ทางที่ดีหากตนเองกำลังรู้สึกว่ามีอาการแปลกๆ อย่างที่ว่ามาควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาในทันที หากปล่อยไว้จะยิ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต