โรคกระดูกสันหลังติดเชื้อเกิดจากสาเหตุอะไร

โรคกระดูกสันหลัง คือ การอักเสบติดเชื้อกระดูก , ไขกระดูก รวมทั้งกล้ามเนื้อโดยรอบ

สาเหตุคืออะไร ?

สาเหตุของโรคจำนวนร้อยละ 70 – 80 เกิดจากเชื้อ ‘Staphylococcus aureus’ ที่ทำให้เกิดการอักเสบ เจ้าเชื้อตัวนี้สามารถเข้าได้หลายทาง เช่น เนื้อเยื่อ , แผลกดทับ , หลอดเลือด , แผลผ่าตัด รวมทั้งเข้าจากกระดูกโดยตรง จากการผ่าตัดและมีการปนเปื้อนเชื้อ

เมื่อเชื้อโรคเดินทางเข้าไปยังกระดูก ก็จะเกิดการอักเสบเฉียบพลัน พบอาการปวด , บวมแดง , ร้อนตรงที่มีการอักเสบ รวมทั้งข้อต่อก็จะเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจ หรือถ้ามีการเคลื่อนไหวก็จะมีอาการเจ็บปวดมาก ต่อมาก็จะเกิดหนอง จนมีแรงดันภายในกระดูก หนองก็จะถูกดันออกมายังผิวกระดูก ซึ่งอยู่ใต้เยื่อหุ้มกระดูก  ทำให้กระดูกแยกตัวออกมาจากเยื่อหุ้มกระดูก ส่งผลให้กระดูกขาดเลือดมาเลี้ยงจนตายในที่สุด ร่างกายก็จะพยายามซ่อมแซมกระดูกใหม่ล้อมรอบกระดูกที่ตาย และ กระดูกตายก็จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญรวมทั้งกีดกั้นยาปฏิชีวนะที่จะเข้าไปทำการรักษา เพราะฉะนั้นการรักษาจึงใช้ระยะเวลานาน เพราะกระดูกตายแล้วและกำลังติดเชื้ออยู่ ก็จะทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนองซ้ำขึ้นมาเรื่อยๆ ต่อมาเมื่อเข้าสู่ระยะอักเสบเรื้อรัง ร่ายกายก็จะขับกระดูกตายรวมทั้งหนองอันไม่พึงประสงค์ ออกมาทางช่องซึ่งเชื่อมต่อระหว่างกระดูกที่ตายแล้วกับผิวหนัง กระดูกอักเสบติดเชื้อ ก็จะทำให้กระดูกอ่อนแอไม่อาจรับแรงได้ตามปกติ จึงทำให้กระดูกหักง่ายมากขึ้น

อาการพบเห็นเด่นชัด คือ มีไข้สูง , ปวด , บวม , แดง , ร้อน ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ เพราะจะทรมานมาก ต่อมาเมื่อเข้าสู่ระยะเรื้อรังก็จะมีกระดูกตาย

การวินิจฉัยโรค ตรวจสอบว่ามีประวัติที่เกี่ยวกับการได้รับบาดเจ็บ , ผ่าตัด รวมทั้งมีแหล่งกำเนิดของเชื้อในร่างกายหรือไม่ เช่น ฝี , ฟันผุ หรือทอนซิลอักเสบ เป็นต้น

วิธีการรักษา

เริ่มจากการให้กระดูกที่กำลังอักเสบได้พักผ่อน ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ รวมทั้งให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ถ้าพบว่ามีอาการตัวขาวมาก ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหาร แคลอรี่สูง , โปรตีนและวิตามินสูง ตามด้วยลงมีดผ่าตัดเพื่อเอาหนองใต้เยื่อหุ้มกระดูกออก ถ้ากระดูกอักเสบเรื้อรังก็รักษาด้วยการตัดกระดูกตายออก ให้ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ หรือขั้นร้ายแรงสุดคือ อาจต้องตัดอวัยวะส่วนนั้นทิ้ง

การรักษาพยาบาล

ดูแลให้ส่วนติดเชื้อได้พัก ด้วยการใส่เฝือกพร้อมให้ยาปฏิชีวนะ ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ดื่มน้ำตามมากๆ พร้อมติดตามผลเลือด ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนอย่างเพียงพอ รับประทานอาหารที่มีโปรตีน , วิตามิน และแคลอรี่สูง บรรเทาอาการปวด ด้วยการประคองส่วนที่อักเสบไว้อย่างดี , ประคบเย็น ให้ยาแก้ปวด